ROLA Review: The Devil Wears Prada 2 สดุดีวงการสื่อมวลชน ภาคต่อที่เติมเต็มหัวใจได้ดี
“ขอบคุณที่ทำภาคต่อออกมา”
นี่คือความรู้สึกแรกของเรา หลังจากฉากสุดท้ายของหนังจบ แล้ว end credits เริ่มขึ้น
ครั้งแรกที่เรารู้ว่า หนังเรื่องนี้จะมีภาคต่อ เราก็ใจจ่อใจจ่อรอดูมาตลอด และ 2 วันก่อนจะได้ดูภาคใหม่ เราก็เปิด Disney+ ย้อนดูภาคแรกอีกสักรอบ เพราะเราเชื่อว่าในภาคใหม่ต้องมี reference จากภาคแรกมาเยอะแน่ ๆ ซึ่งก็จริง ทุกคนควรดูภาคแรกก่อน มีฉากเด็ด ๆ นิสัย การกระทำ ประโยคสุดไอคอนิก และที่สำคัญ ความสัมพันธ์ของตัวละคร ที่สืบเนื่องต่อจากภาคแรกมาค่อนข้างเยอะ ดูแค่ภาคสองมันก็ดูรู้เรื่องแหละ มีเท้าความให้อยู่บ้าง แต่ยังไงก็ยังเชียร์ให้ดูภาคแรกก่อนอยู่ดี แล้วมันไม่ได้หาดูยาก เสียเวลาดูแปบนึงก่อนเข้าโรงเถอะ
สิ่งที่ทำให้เราขอบคุณที่ทำภาคต่อออกมา เป็นเพราะเนื้อเรื่องที่สานต่อจากตอนจบของภาคแรก ที่ถ้าให้พูดตรง ๆ ภาคแรกจบได้เรียลกว่าก็จริง แต่แม้ภาคใหม่นี้จะจบแบบฟุ้งฝัน แฮปปี้เอนดิ้งจนอาจจะเกินจริงไปสักหน่อย แต่สำหรับมันแอบเติมเต็มความรู้สึกที่ขาดหายไปให้มันครบถ้วนสมบูรณ์ แบบตายตาหลับได้อะไรแบบนั้น
และในภาคนี้เติมความกลมกล่อม ความมีมิติให้ตัวละครได้มากขึ้น เผยด้านที่ “ไม่เพอร์เฟกต์” ออกมาได้ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะ “มิแรนด้า” Editor-in-Chief ของ Runway ผู้กำหนดเทรนด์แฟชั่นของทั้งโลก ที่ลดความร้ายกาจลงเยอะ และต้องยอมลดอีโก้ของตัวเองลงมามากกว่าที่คิด รวมไปถึงตัวละครอื่น ๆ ที่เติบโตขึ้น มีข้อผิดพลาด และเรียนรู้จากสิ่งเหล่านั้นอีกครั้ง ซึ่งการใช้ชีวิตแบบที่ไม่เพอร์เฟกต์แต่ก็แฮปปี้ได้ น่าจะเป็นแมสเสจที่ผู้เขียนบทตั้งใจใส่ไว้ในภาคนี้ด้วย เพราะมีช่วงที่นางเอก “แอนดี้” พูดถึงเรื่องนี้ผ่านความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของเธอด้วย
แต่สิ่งที่ทำให้เราน้ำตารื้น คือการเล่าเรื่องราววงการนิตยสารผ่านยุค 2026 ที่เผชิญกับความจริงอันโหดร้าย นิตยสารเล่มกระดาษที่แทบไม่มีใครอ่าน ต้องเทิร์นตัวเองไปเป็นดิจิทัล โฆษณาจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่เคยแย่งกันลงจนเล่มหนาเตอะ กลับลดลงจนบางเฉียบ และแทบทำให้ธุรกิจนิตยสารอยู่ไม่ได้ ความกดดันของนักเขียนที่ต้องดึงดูดผู้อ่านตั้งแต่แรก scroll ครีเอทีฟดีไซน์เนอร์ที่โดนตัดงบประมาณ จนจำกัดการแสดงความคิดสร้างสรรค์ ฯลฯ จนทำให้แม้แต่ควีนที่เท้าไม่เคยแตะพื้น ต้องยอมลงจากบัลลังก์แต่โดยดี
แก่นเรื่องใหญ่ที่สุดของเรื่องนี้ คือการแสดงความเคารพ สดุดีต่อการทำงานและความพยายามที่จะยังคงมีอยู่ของคนทำงานวงการสื่อมวลชน ที่อาจจะไม่ได้จำกัดแค่นิตยสารแฟชั่น แต่รวมถึงสื่อมวลชนทุกแขนง หนังสือพิมพ์ โทรทัศน์ วิทยุ ที่หลายคนมองว่าตายหมดแล้ว แต่สุดท้ายคนทำงานเหล่านี้ ก็ยังคงมีจรรยาบรรณ และมีความรักในสายงานสื่อมวลชนอยู่ต่อไป
เราในฐานะที่เคยทำงานสื่อมวลชนมาหลายปี รู้ดีมาตลอดว่าเป็นวงการที่ทำงานกันด้วยความรักในงานนี้จริง ๆ งานหนัก วันหยุดแทบไม่มี ค่าตอบแทนก็น้อย แต่ที่ทำให้ยังสู้ทำงานกันมาได้ ก็เพราะความรักในงานนี้ เหมือนที่มิแรนด้าบอกแอนดี้ในช่วงท้ายเรื่อง ว่าเธอรักงานของเธอเหลือเกิน ต่อให้มันแลกมากับอะไรหลาย ๆ อย่างก็ตาม เราเชื่อว่าคนที่อยู่สายงานสื่อมวลชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวงการนิตยสารแฟชั่นในไทยที่เหลืออยู่ไม่กี่เล่ม ถ้าไปดูต้องมีน้ำตารื้นเหมือนเราแน่ ๆ และอยากให้กำลังใจกับทุกคนที่ยังอยู่สายนี้ว่า ‘ขอให้รู้เอาไว้ว่า ยังไง AI ก็มาแทนที่พวกคุณไม่ได้’
เอาเป็นว่า เราขอบคุณที่หนังเรื่องนี้มีภาคต่อ แม้จะจบแบบเกินจริงไปนิดหน่อยอยู่บ้าง แต่ก็ช่วยปลอบประโลมใจ และเติมเต็มความรู้สึกของคนดูอย่างเราได้ดีมาก ๆ นักแสดงทุกคนเล่นดีมาก เพลงประกอบดีมาก เสื้อผ้าหน้าผมไม่อลังการเท่าภาคแรก แต่ก็เสิร์ฟออกมาได้ดี ถ้าใครได้ไปดูอย่าลืมสังเกตแขกรับเชิญ และ easter eggs ต่าง ๆ กันด้วยนะ 30 เมษายนนี้ ทุกโรงภาพยนตร์
#TheDevilWearsPrada2 #ROLAmag





