
ROLA Recap: SEVENTEEN WORLD TOUR [NEW_] IN BANGKOK ประสบการณ์คอนเสิร์ตจากมุมมองคนนอกด้อมที่สนุกเกินคาด
คอนเสิร์ต SEVENTEEN WORLD TOUR [NEW_] IN BANGKOK ที่จัดขึ้นเมื่อวันที่ 14-15 มีนาคม ณ สนามกีฬาแห่งชาติ (ศุภชลาศัย) กลายเป็นอีกหนึ่งโชว์ที่สร้างความประทับใจอย่างมาก แม้สำหรับผู้ชมที่ไม่ได้ติดตามวงอย่างใกล้ชิด โดยครั้งนี้สำหรับเรานับเป็นการรับชม SEVENTEEN เป็นครั้งที่ 3 ต่อจาก BE THE SUN ในปี 2022 และ RIGHT HERE ในปี 2025 ซึ่งแต่ละครั้งล้วนมีพัฒนาการที่ชัดเจน แต่รอบล่าสุดนี้กลับให้ประสบการณ์ที่สนุกที่สุดเท่าที่เคยสัมผัสมา
หนึ่งในช่วงเวลาที่โดดเด่นที่สุดคือเพลง “VERY NICE” หรือ “อาจูไนซ์” ที่ถูกนำมาเล่นแบบต่อเนื่องจนกลายเป็นธรรมเนียมของคอนเสิร์ต SEVENTEEN ไปแล้ว รวมถึงการเพิ่มสีสันด้วยเพลง “Water” ที่มาพร้อมเอฟเฟกต์สาดน้ำ สร้างบรรยากาศเหมือนเทศกาลสงกรานต์ล่วงหน้า แม้จะต้องเผชิญทั้งความร้อนและความเหนื่อย แต่บรรยากาศโดยรวมกลับเต็มไปด้วยความสนุกจนแทบไม่อยากให้คอนเสิร์ตจบลง (แม้ว่าคอนเสิร์ตจะยาวกว่า 3.30 ชม. ก็ตาม)

ในแง่ของเพอร์ฟอร์แมนซ์ SEVENTEEN ยังคงรักษามาตรฐานระดับสูงได้อย่างต่อเนื่องจนเกินกว่าจะนำไปเปรียบเทียบในรายละเอียดเล็กน้อยอย่างเรื่องความเป๊ะหรือความสด เพราะสิ่งที่ถ่ายทอดออกมาคือพลังการแสดงที่ครบถ้วนและมีเสน่ห์เฉพาะตัว ยิ่งไปกว่านั้น การแสดงโซโล่ของสมาชิกแต่ละคนยังช่วยเผยให้เห็นตัวตนและแนวทางดนตรีที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำให้โชว์มีมิติและความหลากหลายมากขึ้น ตลอดทั้งการแสดง พลังของศิลปินยิ่งทวีคูณขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสามารถส่งต่อความรู้สึกนั้นไปถึงผู้ชมได้แม้จะอยู่ในตำแหน่งที่ไกลจากเวที เพลงฮิตอย่าง “HIT”, “HOT”, “Darl+ing”, “Rock with you” และอีกมากมายก็ยังคงสนุกครบรสเหมือนเดิม
อีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญคือพลังของแฟนคลับ ซึ่งมีบทบาทอย่างมากในการยกระดับบรรยากาศของคอนเสิร์ต แม้ในช่วงแรกผู้ชมบางส่วนอาจยังนิ่งหรือเน้นการบันทึกภาพ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงท้ายโดยเฉพาะพาร์ทเอนคอร์ ทุกคนต่างลุกขึ้นร่วมสนุก โบกแท่งไฟ ร้อง และเต้นไปพร้อมกันอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะเพลงฮิตจากอัลบั้มก่อน ๆ ที่สามารถปลุกพลังของทั้งสนามได้อย่างชัดเจน

ด้านโปรดักชันถือว่าทำออกมาได้ดีในระดับคอนเสิร์ตสเตเดียม ทั้งระบบแสง สี เสียง และเอฟเฟกต์ต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมให้โชว์มีความยิ่งใหญ่ แม้จะมีบางจุดที่ยังสามารถพัฒนาได้ เช่น ขนาดหน้าจอหรือรายละเอียดของเสียงร้อง แต่ภาพรวมยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือเวทีเคลื่อนที่ที่ช่วยให้ศิลปินเข้าถึงแฟน ๆ ได้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบที่พบได้ไม่บ่อยในคอนเสิร์ตลักษณะนี้ในประเทศไทย นอกจากนี้ การใช้ดนตรีสดและแท่งไฟที่เชื่อมต่อบลูทูธยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ร่วมให้กับผู้ชมทั้งสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อมองภาพรวม คอนเสิร์ตครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของ SEVENTEEN ในฐานะศิลปินสายเพอร์ฟอร์แมนซ์ระดับโลกที่สามารถสร้างพลังและความสนุกให้กับผู้ชมได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นแฟนคลับตัวยงหรือผู้ชมทั่วไป บรรยากาศที่ศิลปินและแฟน ๆ ร่วมกันสร้างขึ้นทำให้โชว์ครั้งนี้กลายเป็นคอนเสิร์ตที่ครบทั้งความบันเทิงและอารมณ์ร่วม แม้จะมีบางเพลงที่อยากฟังแบบเต็มมากขึ้น (และเราแอบอยากดู “MAESTRO”) แต่โดยรวมแล้วถือเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่าและยากจะลืม และทำให้เข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าทำไมคอนเสิร์ตของ SEVENTEEN ถึงสามารถมอบความสนุกให้กับผู้ชมได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะแฟนคลับหรือไม่ก็ตาม






